skip to Main Content

อาหารที่ต้องพก สำหรับทริปปั่นจักรยาน

December 9, 2018
อาหารที่ต้องพก สำหรับทริปปั่นจักรยาน

กีฬาปั่นจักรยานเป็นหนึ่งกิจกรรมออกกำลังกายที่เป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะทำให้นักปั่นสามารถได้ความสนุกสนานควบคู่กับการได้การได้ท่องเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ในเวลาเดียวกัน

ทั้งนี้การเติมพลังงานให้แก่นักปั่นจักรยานนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะการปั่นจักรยานแต่ละทริปล้วนใช้เวลามากกว่า 1 ชม. ซึ่งร่างกายของคนทั่วไป จะมีการดึงน้ำตาลจากกระแสเลือดมาใช้เป็นแหล่งพลังงานในช่วง 10 – 15 นาทีแรก หลังจากนั้นจะสลายไกลโคเจนใต้ผิวหนังมาเป็นพลังงานในช่วงที่เหลือซึ่งจะเพียงพอต่อการปั่นจักรยานได้ต่อเนื่อง 1.5 ชั่วโมง

เน้นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่กระเพาะอาหารสามารถย่อยให้กลายเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็ว

ดังนั้นการพกพาอาหารที่เหมาะสมที่ให้พลังงานอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยกูรูด้านโภชนาการแนะนำให้เน้นอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรตที่กระเพาะอาหารสามารถย่อยให้กลายเป็นน้ำตาลได้อย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอระหว่างการปั่นจักรยาน
ส่วนอาหารจำพวกไขมันและโปรตีน แม้จะจำเป็นในสภาวะปกติ แต่ในช่วงที่ปั่นจักรยานนั้น การกินอาหารจำพวกนี้จะเป็นปัญหาเพราะทำให้จุกแน่นและย่อยยากกว่า ทำให้ใช้เวลานานกว่าที่ร่างกายจะได้พลังงานเข้าไปทดแทน จึงเกิดภาวะชนกำแพงคือเร่งความแรงไม่ขึ้น เนื่องจากหมดแรงปั่นจักรยานนั่นเอง

ทั้งนี้หากเราสังเกตจะเห็นว่าที่ชุดนักปั่นจักรยานมืออาชีพ มักมี backpack ขนาดพกพาขนาดกะทัดรัด ที่อัดแน่นด้วยอาหารที่หยิบทานง่ายและอุดมด้วยสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ได้แก่ ข้าวปั้นทรงสามเหลี่ยมหรือแบบโรล ช็อคโกแลตแท่ง กล้วยหอม ธัญพืชอบกรอบหรือผลไม้แห้งต่าง ๆ

เครื่องดื่มเกลือแร่ก็สามารถใช้เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตได้

หากเป็นนักปั่นจักรยานที่เข้าโปรแกรมการควบคุมพลังงานและฝึกฝนอย่างหนัก ก็มักจะพก Energy gel หรือ Power Bar ซึ่งเป็นการคัดสรรส่วนผสมที่ให้พลังงานสูงและดูดซึมได้ง่ายเป็นพิเศษ ซึ่งนักปั่นมือใหม่หรือแม้แต่นักกีฬาแนวอื่น ๆ ก็สามารถใช้ได้ เพียงแต่จะมีข้อจำกัดที่ราคาค่อนข้างสูง
ทั้งนี้เครื่องดื่มเกลือแร่ก็สามารถใช้เป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตได้ โดยควรจิบเป็นระยะ ๆ ระหว่างเส้นทางการปั่นจักรยาน เพื่อเสริมความสดชื่น ทั้งนี้ต้องระวังการดื่มในปริมาณมากเกินไป เพราะในสูตรมักมีน้ำตาลอยู่ค่อนข้างมากกว่าเครื่องดื่มจำพวกน้ำผลไม้ธรรมชาติ และจะตามมาด้วยแคลอรี่ 50 -60 แคลอรี่ต่อขวด จึงทำให้ไม่สามารถควบคุมน้ำหนักให้เป็นตามที่ตั้งใจได้

นอกจากนี้ ในระหว่างทริปปั่นจักรยาน ไม่ควรกินอาหารเมนูหลักจนอิ่มเพราะจะทำให้เกิดอาการจุกหรือผะอืดผะอม (เนื่องจากต้องใช้เวลาย่อยอีก 1 – 2 ชั่วโมง) และเป็นการเพิ่มน้ำหนักตัวซึ่งทำให้กล้ามเนื้อเกิดอาการล้ามากขึ้นด้วย หากมีความรู้สึกหิวระหว่างทาง แนะนำให้ใช้วิธีกินข้าวปั้นแบบพกพา ที่สามารถควบคุมปริมาณและแคลอรี่ได้อย่างพอดี

เชื่อมั่นว่า การรู้เทคนิคพกพาอาหารอย่างถูกวิธี จะทำให้นักปั่นจักรยานทุกคน โดยเฉพาะนักปั่นมือใหม่สามารถสนุกสนานกับทุกทริปได้แบบที่ไม่ทำลายสุขภาพร่างกายอย่างแน่นอน