skip to Main Content

กินแต่กับข้าว ไม่แตะข้าวเลย ลดน้ำหนักเร่งด่วนมีโทษอย่างไร?

September 4, 2018
กินแต่กับข้าว ไม่แตะข้าวเลย ลดน้ำหนักเร่งด่วนมีโทษอย่างไร?

หลายคนเข้าใจว่า การกินข้าวจะเป็นอุปสรรคต่อการลดน้ำหนัก จึงใช้วิธีหักดิบ “กินแต่กับ ไม่กินข้าว” ซึ่งนั่นอาจทำให้เห็นผลในช่วงระยะสั้น ช่วง 5 – 7วันแรกที่ทำอย่างนั้น ว่าน้ำหนักลดลง 1 – 2 กิโลกรัม แต่หลังจากนั้นน้ำหนักจะแทบไม่ลงหรือลดลงช้ามากกว่าที่คุณคาดหวัง เพราะการไม่กินข้าวเลย จะทำให้ระบบในร่างกายคุณแปรปรวน เกิดโทษอีกต่อสุขภาพอีกมากมายตามมา

จากข้อมูลกระทรวงสาธารณสุขที่กำหนดให้คนไทยควรได้รับพลังงานจากอาหารให้เพียงพอ เฉลี่ย 2000 แคลอรี่ต่อวัน โดยแนะนำให้กิน ‘ข้าว’ เป็นหนึ่งกลุ่มอาหารที่สำคัญในธงโภชนาการ ที่ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต (ข้าว แป้ง) , โปรตีน (เนื้อสัตว์) , ไขมันชนิดดี (น้ำมันที่มีโอเมก้าสาม)  , ไฟเบอร์-เกลือแร่ (ผักผลไม้) รวมทั้งน้ำดื่มสะอาดในสัดส่วนที่พอเหมาะ จึงจะคงความสุขภาพดีไว้ได้ แสดงถึงความจำเป็นพื้นฐานที่ร่างกายต้องได้รับสารอาหารคาร์โบไฮเดรตรูปแบบน้ำตาลเชิงซ้อนอย่าง ‘ข้าว’

สำหรับคนที่กังวลว่าข้าวมีแคลอรี่ จึงเลือกที่จะงดการกินข้าว

ทั้งที่จริงแล้วในข้าวขาว 1 ทัพพีให้พลังงานเพียง 84แคลอรี่ (เพียงเดินไปมาครึ่งชั่วโมงก็ burn หมดแล้ว) แล้วไปกินอาหารหมวดอื่นเพิ่มแทน ซึ่งในทางปฏิบัติก็มักจะกินพวกโปรตีนเนื้อสัตว์เพิ่มเป็นเท่าตัว เพราะทำให้รู้สึกมีกำลัง เนื่องจากมีไขมันและให้พลังงานสูงกว่าการกินผักผลไม้ นั่นยิ่งเกิดผลเสียเพราะจะเกิดของเสียจากการย่อยโปรตีน จำพวกไนโตรเจนที่เป็นภาระในการกำจัดออกของอวัยวะสำคัญอย่าง ‘ไต’ ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อไตอักเสบ ไตวายมากกว่าคนที่กินข้าวตามปกติ

หลักสูตรกินแบบ Ketogenic diet

ทั้งนี้ อาจมีผู้แย้งว่ามีหลักสูตรกินแบบ Ketogenic diet ซึ่งควรต้องทำความเข้าใจว่าเป็นสูตรสำหรับนักกีฬาเพาะกาย นักเล่นกล้าม ที่ลดการกินข้าวในช่วงระยะสั้น ๆ ไม่เกิน 2 สัปดาห์ เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันที่สะสมไปเป็นพลังงาน (เพื่อให้กล้ามเนื้อที่โชว์ Bicep tricep ดูเด่นชัดสวยงาม!) แต่ในระหว่างนั้น ก็จะมีสารคีโตน (ketone) ที่ร่างกายผลิตขึ้นมา ทำให้เกิดความเพลีย , เปลี้ยล้า , ปวดหัว (ซึ่งเกิดได้กับผู้ที่อดข้าวนั่นเอง) และที่สำคัญ หากใช้วิธีนี้ติดต่อกันนาน 6 เดือน มีการวิจัยยืนยันแล้วว่าจะเกิดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อชนิดดีและทำให้ยูริคในเลือดพุ่งสูง ซึ่งเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อเก๊าต์และโรคนิ่วในไตได้แม้จะอายุน้อย จะทำให้การฟื้นตัวของร่างกายทำได้ยากขึ้นด้วย

หากงดอาหารจำพวกข้าว จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางสมอง

นอกจากนี้ “การไม่กินข้าว” โดยเฉพาะข้าวที่ยังไม่ขัดสี (ซึ่งมีวิตามินสูง) ยังทำให้ร่างกายขาดวิตามินบี , แร่ธาตุแมกนีเซียม , แคลเซียม , โฟเลท ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในปฏิกริยาการเผาผลาญและบำรุงเส้นประสาทและสมอง จึงสังเกตได้ว่าคนที่งดข้าวจะไม่ค่อยร่าเริง , ความคิดช้า , ไม่ฉับไว แต่หงุดหงิดง่ายและสมาธิสั้นลง จะมีอาการคล้ายคนเป็นโรคสมองเสื่อม อัลไซเมอร์ (ซึ่งมีการศึกษาแล้วว่าหากงดอาหารจำพวกข้าว จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางสมองจริง!)

การลดปริมาณข้าว อาจเป็นสิ่งที่ทำได้ หากเราได้คาร์โบไฮเดรตจากอาหารอื่น แต่ไม่ควรตัดขาดข้าวออกจากเมนูอาหารเพียงเพราะต้องการลดน้ำหนัก เพราะจะเกิดปัญหาสุขภาพตามมาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวทีเดียว